top


สำหรับสมาชิก คลิกที่นี่

เข้าสู่ระบบ

หน้าหลัก > การลงทะเบียนใหม่

การลงทะเบียนใหม่

อีเมล์
ตรวจสอบสถานะอีเมล์ที่ใช้ในการลงทะเบียน โดยปุ่มตรวจสอบความถูกต้อง

สำหรับส่งรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการต่างๆ

รหัสผ่าน  เฉพาะอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กและตัวเลข
โดยต้องไม่น้อยกว่า 6 ตัวอักษร
  
ชื่อของท่าน   ตัวอย่าง:ทาโร่ ยามาดะ
ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่)    ตัวอย่าง:YAMADA TARO
วันเดือนปีเกิด   วัน       เดือน       ปี
เพศ
ที่อยู่ รหัสไปรษณีย์ ตัวอย่าง :10500 (ไม่มียติภังค์)
เขต (ในกรุงเทพ) ตัวอย่าง :กรุงโตเกียว
ที่อยู่ ตัวอย่าง :เขตชินจูกุ
ที่อยู่เพิ่มเติม ตัวอย่าง :นิชิชินจูกุ6-5-1
อาคาร ตัวอย่าง :ชินจูกุไอร์แลนด์ทาวเวอร์ ชั้น 5
เบอร์ติดต่อ หมายเลขมือถือ ตัวอย่าง :08123456 (เฉพาะตัวเลขสากลเท่านั้น)
หมายเลขโทรศัพท์บ้าน ตัวอย่าง :026329176 (เฉพาะตัวเลขสากลเท่านั้น)
FAX ตัวอย่าง :0353250200
ชื่อผู้รับใบเสร็จ (ชื่อบริษัท)

ใบเสร็จรับเงิน โดย ข้อมูลของฉัน > ประวัติการลงทะเบียน

ชื่อบริษัท ตัวอย่าง :Siam Beldio Co., Ltd.
ชื่อฝ่าย ตัวอย่าง :แผนกที่สังกัดอยู่
หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัท ตัวอย่าง :026329176 (เฉพาะตัวเลขสากลเท่านั้น)
ข้อ 1. (ขอบเขตบ่งใช้)
สัญญาฉบับนี้ กำหนดขอบเขตการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์พ่วง (ต่อไปเรียกว่า "อุปกรณ์สื่อสาร") ที่ บริษัทสยามเบลดิโอ (ต่อไปเรียกว่า "บริษัท") เป็นผู้ให้เช่า (ต่อไปเรียกว่า "บริการ") แก่ผู้แสดงความจำนงขอทำสัญญา (ต่อไปเรียกว่า "ผู้ขอเช่า")

ข้อ 2. (นโยบายว่าด้วยการรักษาความลับส่วนบุคคล)
1.บริษัทยึดมั่นใน "กฏหมายว่าด้วยการรักษาความลับส่วนบุคคล" โดยจัดให้มีผู้ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขอเช่า และควบคุมดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม
2.บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในข้อบังคับการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทกำหนดไว้ หรือเพื่อการเสนอบริการ (เช่น การแนะนำสินค้า-บริการ การออกแบบสำรวจสอบถาม) หรือ
เพื่อเก็บค่าบริการ หรือแนะนำบริการภายในกลุ่มของบริษัท นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ จะไม่นำไปใช้งานอย่างอื่นโดยเด็ดขาด
3.ในการใช้บริการนี้ ต้องสมัครเป็นสมาชิก หากมีความจำเป็น บริษัทอาจติดต่อไปยังสมาชิก เป็นรายบุคคล หรือทุกคน ตามวิธีการสื่อสารที่บริษัทกำหนด (เช่น โดยทางเมล์-โทรศัพท์-ไปรษณีย์)
4.บริษัทจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลนี้แก่บุคคลที่สามเท่าที่เห็นว่าจำเป็นในการให้บริการ ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะผูกสัญญารักษาความลับกับบุคคลที่สามนั้น

ข้อ 3. (การเปลี่ยนแปลงค่าบริการในสัญญา)
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงค่าบริการในสัญญานี้โดยมิต้องแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนแปลงค่าบริการแล้ว จะแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ ตามวิธีที่กำหนดในข้อ 6 (วิธีการแจ้งให้ทราบ) หลังจากนั้น ให้ยึดถือค่าบริการที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนี้เป็นเกณฑ์

ข้อ 4. (การเปลี่ยนแปลงบริการ)
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงค่าบริการ ตลอดจนรายละเอียดการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมิต้องแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการให้บริการแล้ว จะแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ ตามวิธีที่กำหนดในข้อ 6 (วิธีการแจ้งให้ทราบ) หลังจากนั้น ให้ยึดถือรายละเอียดการให้บริการที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนี้เป็นเกณฑ์

ข้อ 5. (การผูกพันสัญญา)
ผู้ขอเช่าได้แจ้งความจำนงตามวิธีการที่บริษัทกำหนดไว้ และเมื่อบริษัทเห็นชอบในการนั้นแล้ว จึงจะถือว่าสัญญานี้มีผลผูกพัน
1. "บริษัทเห็นชอบ" หมายถึง บริษัทจะออกใบแจ้งแสดงความเห็นชอบในการขอใช้บริการ (เป็นการขอยืนยัน "คำสั่งซื้อ") ไปยังที่อยู่ของผู้สมัครที่ลงทะเบียนไว้ โดยทางเมล์ หรือทางไปรษณีย์ หรือวิธีการ
สื่อสารอื่นใด้
2.กรณีที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สามารถให้บริการตามความต้องการของผู้ขอเช่าได้ หรือ หลังจากที่บริษัทเห็นชอบไปแล้ว เกิดมีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถให้บริการดังกล่าวได้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ขอเช่า
ทราบตามวิธีที่กำหนดไว้ในข้อ 6
3.กรณีตามข้อ 2. ข้างต้น หากผู้ขอเช่าได้ชำระค่าบริการแล้ว บริษัทจะยกเลิกการชำระนั้นทันที แล้วไม่เรียกเก็บเงินจากผู้ขอเช่า

ข้อ 6. (วิธีการแจ้งให้ทราบ)
บริษัทจะแจ้งข้อสัญญา ตลอดจนการให้บริการไปยังผู้ขอเช่าทราบตามวิธีที่บริษัทกำหนด เป็นลายลักษณ์อักษร, อิเมล (ช็อตเมล์เซอร์วิส-เอสเอมเอส), โทรศัพท์, ประกาศทางเว็บไซท์ของบริษัท เป็นต้น

ข้อ 7. (ระยะเวลาที่ใช้บริการ)
1.บริษัทจะคิดค่าบริการโดยนับหน่วยเป็นวันตามระยะเวลาที่ใช้บริการ คือ นับจากวันออกเดินทาง ถึงวันเดินทางกลับเข้าประเทศตามที่ผู้ขอเช่าได้แจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าแล้วนั้น (กรณีติดต่อขอเช่าในต่าง
ประเทศและเริ่มใช้บริการในวันเดียวกัน จะเริ่มคิดค่าบริการจากวันดังกล่าวจนถึงวันที่ส่งคืน)
2.ถ้าต้องการขยายเวลาการใช้บริการออกไปอีก ต้องแจ้งให้บริษัททราบก่อนวันครบกำหนดส่งคืน และบริษัทรับทราบแล้ว กรณีเช่นนี้ จะกำหนดวันรับคืนเป็นวันใหม่ และคิดค่าบริการที่ขยายเวลาออกไปตาม
ที่บริษัทกำหนดไว้
3.กรณีที่ท่านส่งคืนภายในกำหนดเวลา ครั้นเลยกำหนดวันส่งคืน บริษัทยังไม่ได้รับการยืนยัน บริษัทจะคิดเป็นค่าบริการที่ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่รับแจ้งจากจุดรับคืน

ข้อ 8. (วิธีการขอเช่า)
1.เมื่อผู้ขอเช่าเห็นชอบตามข้อสัญญาเช่าบริการและหัวข้อสำคัญที่ได้ชี้แจงไว้แล้ว และยื่นใบขอเช่าตามที่บริษัทกำหนด ด้วยการบันทึกหัวข้อสำคัญต่าง ๆ ในหน้าจออินเตอร์เน็ท ออนไลน์ ของบริษัท ส่งมาให้
บริษัทก่อนกำหนดเวลาปิดรับ
2.บริษัทจะเป็นผู้กำหนดสัญญาณของอุปกรณ์สื่อสารที่ให้เช่า
3.บริษัทอาจปฏิเสธการขอเช่า และแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ หากเข้าข่ายกรณีต่อไปนี้
• เมื่อมีเหตุผลอันสมควรเชื่อได้ว่าผู้ขอเช่าจะไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้
• เมื่อมีความเป็นไปได้ว่าผู้ขอเช่าจะละเลยการชำระหนี้
• เมื่อผู้ขอเช่าบันทึกข้อความที่เป็นเท็จในใบขอเช่า
• มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้บริการนี้ในทางที่ผิดกฏหมาย ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม
• มีความเป็นไปได้ว่าผู้ขอเช่าจะใช้บริการนี้ไปในทางทำลายบริษัท หรือความน่าเชื่อถือของบริการนี้
• เมื่อมีเหตุอื่นใด ที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถให้บริการนั้นได้


ข้อ 9. (การโอนสิทธิ)
ผู้ขอเช่าจะส่งมอบ หรือถ่ายโอน สิทธิหรือหน้าที่ในสัญญานี้ให้แก่บุคคลที่สามไม่ได้

ข้อ 10. (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ขอเช่า)
1.หากผู้ขอเช่าต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเป็นสมาชิกที่ได้บันทึกให้ไว้ตามวิธีการที่กำหนดในข้อ 8 ผู้ขอเช่าต้องแจ้งให้บริษัททราบ
2.หากผู้ขอเช่าเพิกเฉยไม่แจ้งให้บริษัททราบตามวรรคก่อน เป็นเหตุให้ผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ ไม่สามารถใช้งานได้ตามสภาพ กรณีเช่นนี้ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 11. (การรับมอบอุปกรณ์สื่อสาร)
1.ด้วยวิธีการใดที่ระบุข้างล่างนี้ ให้ถือว่าผู้ขอเช่าได้รับมอบอุปกรณ์จากบริษัท หรือจากตัวแทนที่บริษัทกำหนด บริษัทจะใช้วิธีให้พนักงานส่งเอกสารไปส่ง หรือส่งทางไปรษณีย์ (EMS) ถึงที่อยู่ที่ผู้ขอเช่า
กำหนด โดยส่งให้ถึงก่อนวันเดินทาง
• รับมอบโดยตรงจากเคาน์เตอร์ในท่าอากาศยานที่บริษัทกำหนด (วิธีนี้ จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างหาก)
• รับมอบจากบริษัท หรือจากสำนักงาน-สาขาของตัวแทนในต่างประเทศของบริษัท
• รับมอบโดยตรงจากเคาน์เตอร์ในต่างประเทศที่บริษัทกำหนด
• รับทางไปรษณีย์ หรือรับจากผู้ให้บริการส่งของถึงบ้าน ตามที่อยู่ในต่างประเทศของผู้ขอเช่า
2.เมื่อพ้นวันกำหนดขอเช่าไปแล้ว ผู้ขอเช่ายังมีความต้องการขอเช่า และบริษัทอาจพิจารณาอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษแล้ว กรณีนี้ จะคิดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเป็นพิเศษอีกต่างหาก
3.กรณีเหตุสุดวิสัย เช่น ดินฟ้าอากาศไม่ดี หรือ เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง หรือเหตุที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ทำให้ไม่สามารถส่งมอบอุปกรณ์สื่อสารได้ตามกำหนดที่ขอเช่าไว้ หรือทำให้ผู้
ขอเช่าไม่สามารถรับมอบเครื่องได้ เช่นนี้ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ

ข้อ 12. (การยกเลิกการขอเช่า)
1.หากผู้ขอเช่าต้องการยกเลิกการขอเช่าตามข้อ 8 ต้องรีบแจ้งให้บริษัททราบทันที และต้องชดใช้ค่าสื่อสารอันเนื่องจากการยกเลิกการขอเช่า (เท่ากับค่าใช้จ่ายในการยกเลิก) ตามที่บริษัทกำหนด
2.กรณีที่ผู้ขอเช่าทำการยกเลิกหลังจากที่บริษัทได้จัดส่งอุปกรณ์สื่อสารไปถึงที่หมายตามที่ผู้ขอเช่ากำหนดให้แล้ว ผู้ขอเช่าต้องส่งอุปกรณ์สื่อสารนั้นคืนให้บริษัทภายในไม่เกิน 2 วันถัดไปทันที หากอุปกรณ์
สื่อสารยังไม่ถูกส่งมาถึงบริษัทภายใน 2 วันถัดไป ผู้ขอเช่าต้องชำระค่าบริการที่ใช้เกินตามที่กำหนดไว้ในข้อ 13 วรรคห้า


ข้อ 13. (การส่งคืนอุปกรณ์สื่อสาร)
1.เมื่อครบกำหนดขอเช่าบริการแล้ว ผู้ขอเช่าต้องส่งอุปกรณ์สื่อสารคืนให้แก่บริษัทตามวิธีส่งคืนที่ได้กำหนดไว้เมื่อคราวยื่นใบขอเช่า
2.เมื่อถึงกำหนดส่งคืนตามที่กำหนดในข้อ 7 ผู้ขอเช่าต้องส่งคืนอุปกรณ์สื่อสารโดยผ่านผู้ส่งเอกสาร หรือทางไปรษณีย์ (EMS) หรือนำมาส่งคืนเอง
3.หากผู้ขอเช่าเลือกส่งคืนทางไปรษณีย์ (EMS) ต้องติดเอกสารกำกับตามที่บริษัทกำหนด หากผู้ขอเช่าติดเอกสารกำกับแบบอื่นนอกจากที่บริษัทกำหนด หรือส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง บริษัทต้องขอเก็บค่าใช้
จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอีกต่างหาก
หากส่งคืนที่เคาน์เตอร์ภายในท่าอากาศยานในประเทศ บริษัทต้องขอเก็บค่าใช้จ่ายรับคืนที่ท่าอากาศยานอีกต่างหาก
4.การขยายเวลาขอเช่าตามที่กำหนดในข้อ 7 ข้อ 2 ข้อ 3 บริษัทต้องขอเก็บค่าใช้บริการที่ขยายเวลาออกไปซึ่งบริษัทได้กำหนดไว้อีกต่างหาก

ข้อ 14. (ค่าบริการ)
ค่าบริการจะคิดคำนวณจากระยะเวลาเช่าใช้บริการ จากที่กำหนดในข้อ 7 จากโฮมเพจ หรือแผ่นพับของบริษัท ค่าบริการที่ใช้ในต่างประเทศ ในไทยต้องเสียภาษี
1.ระหว่างการเช่าใช้บริการ จะคิดค่าบริการไม่ว่าจะมีการสื่อสารจริงหรือไม่
2.หากผู้ขอเช่านำอุปกรณ์ไปใช้บริการนอกพื้นที่ที่แจ้งไว้ในการขอเช่าตามข้อ 8 จะถือเป็นการสื่อสารข้ามพื้นที่ตามข้อ 22 บริษัทจะขอเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
3.กรณีที่บริษัทอนุญาตให้ผู้ขอเช่าใช้บริการจากผู้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับบริษัท ค่าบริการจะแตกต่างจากอัตราปกติ โดยบริษัทจะคำนวณจากประเภทการสื่อสารและปริมาณการใช้งาน เพื่อเรียกเก็บ
จากผู้ขอเช่า
4.หากบริษัทไม่ได้รับชำระค่าบริการเมื่อถึงกำหนด บริษัทจะคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระ
5.ค่าบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า

ข้อ 15. (วิธีการเรียกเก็บ และการชำระค่าบริการ)
1.ให้ชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิต หรือวิธีที่บริษัทกำหนด
2.การชำระค่าบริการนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินที่ใช้อยู่
3.บริษัทอาจขอให้วางเงินประกัน ขอวงเงินบัตรเครดิต ตามรายการ (จำนวนอุปกรณ์สื่อสารที่ขอเช่า-ระยะเวลา-พื้นที่ใช้งาน) ที่ขอเช่าใช้บริการ
4.กรณีที่ทำสัญญาเช่าเกินกว่า 1 เดือน อาจมีการขอให้ชำระค่าเช่าเป็นงวดรายเดือน
5.หากพ้นกำหนดชำระหนี้ตามสัญญานี้ไปแล้ว บริษัทยังมิได้รับชำระค่าบริการจากผู้ขอเช่า บริษัทสามารถติดต่อ-แจ้ง (ต่อไปจะเรียกว่า "การแจ้งค่าบริการ") ตามวิธีที่บริษัทกำหนดไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร
เป็นอิเมล์ เป็นโทรศัพท์ เป็นการเยี่ยมเยือน (ทั้งนี้ ไม่จำกัดเพียงที่กล่าวมา)
6.เมื่อบริษัทเรียกเก็บเงินจากผู้ขอเช่าตามสัญญานี้ จะระบุจำนวนเงิน และประเภท (ค่าบริการที่ใช้เกิน ชดใช้ค่าบริการสื่อสารอันเนื่องจากการยกเลิกการขอเช่า (เท่ากับค่าใช้จ่ายในการยกเลิก) ชำระหนี้ ) ไว้
ในใบแจ้งหนี้
7.การแจ้งหนี้ หรือเรียกเก็บเงินค่าบริการ ดอกเบี้ยจากค่าบริการที่ใช้เกิน ตามข้อ 14 ค่าบริการที่ใช้เกินตามข้อ 13 จากผู้ขอเช่านั้น บริษัทอาจมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการแทนได้>
8.เมื่อบริษัท หรือบริษัทที่เกี่ยวเนื่องไปเยื่ยมเยือนผู้ขอเช่าด้วยวัตถุประสงค์ขอแจ้งหนี้ หรือขอเรียกเก็บเงิน ผู้ขอเช่าต้องต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในการนี้

ข้อ 16. (การยกเลิกสัญญา)
1.หากผู้ขอเช่าเข้าข่ายข้อใด ๆ ข้างล่างนี้ ให้บริษัทมีสิทธิสามารยกเลิกสัญญาได้ทันที
• เมื่อประจักษ์ชัดว่า ผู้ขอเช่าละเลยไม่ชำระหนี้ หรือมีความเป็นไปได้ว่าละเลยไม่ชำระหนี้
• เมื่อใช้บริการนี้ในทางที่ผิดกฏหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างแจ้งชัด
• เมื่อผู้ใช้ใช้บริการที่บริษัทเสนอให้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
• เมื่อผู้ขอเช่าผิดนัดสัญญาใช้หนี้
• เมื่อผู้ขอเช่าประสบการล้มละลาย ทำการปฏิรูปองค์กร ถูกชำระหนี้สิน ถูกฟ้องให้ฟื้นฟูสมรรถภาพทางแพ่ง
• และเหตุอื่น ๆ เมื่อบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องขอยกเลิกสัญญา
2.เมื่อบริษัทระงับการให้บริการตามข้อข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลและวันที่ระงับให้แก่ผู้ขอเช่าทราบ ตามวิธีการติดต่อ ในข้อ 6 (วิธีการแจ้งให้ทราบ) ทว่า กรณีที่บริษัทพิจารณาเห็นว่าเป็นความจำเป็นเร่ง
ด่วน อาจไม่แจ้งให้ทราบก็ได้
3.การยกเลิกสัญญาตามข้อ 1 ข้อ 2 ข้างต้น ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับบริษัท

ข้อ 17. (การดูแลรักษาอุปกรณ์สื่อสาร)
1.ผู้ขอเช่ามีหน้าที่ต้องดูแลรักษาอุปกรณ์สื่อสารเป็นอย่างดี ในการใช้งาน ห้ามกระทำดังนี้
0.ส่งต่อ ขายต่อ แกะเครื่อง ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน ทำให้ชำรุด ทำให้เสียหาย ทำให้สูญหาย ทำให้สกปรก (สติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ รอยขีดข่วน ติดสี ฯลฯ)เลอะเทอะ ลอกสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้ออก เป็นต้น
1.ใช้งานผิดสัญญา
2.การกระทำที่เป็นข้อห้ามในคู่มือใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร
3.การกระทำที่ขัดต่อกฏหมาย
เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายในวรรคก่อน บริษัทสามารถแจ้งเตือนให้ผู้ขอเช่าปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งผู้ขอเช่าต้องปฏิบัติตาม
เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายในวรรคก่อน บริษัทสามารถแจ้งเตือนจะบังคับขออุปกรณ์สื่อสารคืนได้ ซึ่งผู้ขอเช่าต้องปฏิบัติตาม
เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายในวรรคก่อน บริษัทสามารถเรียกให้ชดเชยค่าเสียหายตามข้อ 24 ได้ ซึ่งผู้ขอเช่ามต้องชำระ


ข้อ 18. (อุปกรณ์สื่อสารชำรุดสูญหาย)
1.ผู้ขอเช่าต้องปฏิบัติตามวิธีการใช้งานอุปรกรณ์สื่อสารตามที่บริษัทกำหนด ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมดูแลการใช้งานเป็นอย่างดี
2.หากอุปกรณ์สื่อสารเกิดชำรุดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ผู้ขอเช่าต้องรีบแจ้งให้บริษัททราบทันที อนึ่ง ไม่ว่าเหตุอันใดก็ตามที่ทำให้อุปกรณ์สื่อสารเกิดชำรุดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ค่าบริการที่ถูก
ลักลอบใช้งานในช่วงระหว่างนั้นจนถึงเวลาที่บริษัทได้รับแจ้ง ผู้ขอเช่าต้องเป็นผู้จ่าย
3.ถ้าเป็นความในวรรคสองข้างต้น ยกเว้นกรณีที่ต้องส่งอุปกรณ์คืนเนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของบริษัท ผู้ขอเช่าจะต้องชำระค่าซ่อม หรือค่าจัดหาอุปกรณ์สื่อสาร ชดใช้ให้แก่บริษัทตามที่กำหนดไว้ต่างหาก
4.ถ้าเป็นความในวรรคสองข้างต้น เป็น NOC (Non Operation Charge) บริษัทจะเรียกเก็บตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ข้อ 19. (ระบบประกัน)
1.ระบบประกัน คือระบบรับชดใช้ค่าเสียหายในอุปกรณ์สื่อสารที่เกิดชำรุดสูญหาย หรือถูกโจรกรรมในระหว่างที่ผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ ใช้งานอยู่ ระบบนี้บังคับใช้เฉพาะกับผู้ขอเช่าที่แจ้งความจำนงเข้ามาตามข้อ 8
2.ค่าบริการและรายละเอียดในการรับประกัน ให้ถือตามสาระ ประกาศในโฮมเพจของบริษัทที่ผู้ขอเช่าแสดงความจำนงไว้
3.เมื่อเกิดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ต้องขอใบรับรองจากตำรวจ หรือหน่วยราชการในท้องที่นั้นมาแสดงต่อบริษัท
4.วงเงินการชดใช้ไม่รวม NOC ในข้อ 18 วรรคสี่

ข้อ 20. (การรับซื้ออุปกรณ์สื่อสาร)
โดยหลักการแล้ว ผู้ขอเช่าไม่สามารถขอซื้ออุปกรณ์สื่อสารได้

ข้อ 21. (ข้อห้าม)
ในการใช้งานบริการนี้ ห้ามมิให้ผู้ขอเช่าทำการดังต่อไปนี้
• ใช้งานบริการจนเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของบริษัท ตลอดจนถึงบุคคลที่สาม หรือการกระทำที่มีความเป็นไปได้จะละเมิดสิทธิ
• การกระทำที่ขัดต่อสัญญานี้
• การกระทำที่ขัดต่อกฏหมาย
• ติดตั้งเพิ่ม ดัดแปลง แกะเครื่อง สร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์สื่อสารที่เช่าไป
• นำอุปกรณ์สื่อสารให้บุคคลที่สามเช่าต่อ ส่งต่อ หรือนำไปจำนองเป็นการทำให้สิทธิการครอบครองของบริษัทเสียหาย
• การกระทำอื่นใดที่บริษัทพิจารณาตามหลักความสมเหตุผลแล้วเห็นว่า ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม

ข้อ 22. (ข้อกำหนด และการใช้งานที่เป็นธรรม)
1.เพื่อให้การใช้งานสื่อสารเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามนโยบายของผู้ประกอบการสื่อสารในท้องที่นั้น หรือตามที่บริษัทพิจารณาแล้ว เห็นว่าผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ ได้ใช้งานสื่อสารเกินขอบเขต (เช่น ค่า
บริการแพ็คเก็ต 3 วัน ใช้งานเกิน 400MB) อาจมีการจำกัด หรือระงับการใช้งานได้ หรือจำกัดสิทธิการใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง เกมออนไลน์ VOIP FTP ที่ต้องรับโหลดการส่งสัญญาณสูง
2.เมื่อถูกจำกัด หรือระงับการใช้งานในกรณีเช่นนี้ ผู้ขอเช่าอาจเชื่อมต่อสัญญาณไม่ได้ในระยะเวลาใช้งานตามสัญญา แม้ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการให้กับผู้ขอเช่า
3.บริษัทจะเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตามการใช้สัญญาณที่โหลดมากเกินไปตามข้อ 14 วรรคสาม

ข้อ 23. (ไม่ต้องรับผิดชอบ)
1.การนำอุปกรณ์สื่อสารที่เช่าไปใช้ในงานบริการนี้ รวมถึง e-book สมาร์ทโฟน ไปเชื่อมต่อกับเครือข่ายส่งสัญญาณนอกเหนือที่บริษัทแนะนำไป ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาของผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ก็ตามอาจ
เกิดค่าปรับเป็นค่าบริการ international roaming จากบริษัทที่เข้าไปใช้งานได้ กรณีเช่นนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดชอบใด ๆ ของบริษัททั้งสิ้น
2.หากเกิดปัญหาในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร โดยที่ผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ มิได้แจ้งให้บริษัททราบในระหว่างช่วงเวลาสัญญา บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น และผู้ขอเช่าต้องชำระค่าบริการนั้น
3.หากเกิดปัญหาในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารในท้องถิ่นนั้น อันเนื่องมาจากข้อมูลผิดพลาดในการยื่นใบขอเช่าใช้บริการตามข้อ 8 บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ขอเช่าต้องรับทราบไว้
ก่อน
4.ในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าเกิดเหตุอันใด จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ เกิดความเสียหายแก่ผู้ขอเช่าแล้ว บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นต่อผู้ขอเช่า
5.แต่ถ้าเป็นความผิดพลาดของบริษัท จนทำให้เกิดความพกพร่องในการส่งสัญญาณ เป็นการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของบริการนี้ตามเจตนาเดิม บริษัทจะยกเว้นค่าบริการตามกรอบในสัญญานี้ให้แก่ผู้ขอเช่า
แต่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบชดเชยค่าบริการนี้ อนึ่ง หากเกิดความเสียหายขยายเกินขอบเขตของสัญญาดังกล่าว บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 24. (ชดเชยค่าเสียหาย)
ในการใช้งานบริการนี้ ถ้าสร้างความเสียหายแก่บริษัทอันอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขอเช่า ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดกับบริษัท
ในการใช้งานบริการนี้ ถ้าสร้างความเสียหายแก่บุคคลที่สาม หรือเกิดพิพาทกับบุคคลที่สาม ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเอง โดยต้องไม่ทำให้บริษัทต้องเข้าไปรับผิดชอบใด ๆ ด้วยทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากผู้ขอเช่ารายอื่น หรือบุคคลที่สามมาไล่เบี้ยกับบริษัท ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเองในการระงับข้อพิพาทนั้น โดยที่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 25. (การเปลี่ยนแปลงสัญญา)
สัญญาการใช้บริการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

15/10/2013