อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในต่างประเทศ! Pocket WiFi ในราคาประหยัด “Global WiFi”

We can serve customer by English and Japanese language. Please do not hesitate to contact us on the following number

QR code
BS Mobile
ข้อ 1. (ขอบเขตบ่งใช้)
สัญญาฉบับนี้ กำหนดขอบเขตการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารและอุปกรณ์พ่วง (ต่อไปเรียกว่า "อุปกรณ์สื่อสาร") ที่ บริษัทสยามเบลดิโอ (ต่อไปเรียกว่า "บริษัท") เป็นผู้ให้เช่า (ต่อไปเรียกว่า "บริการ") แก่ผู้แสดงความจำนงขอทำสัญญา (ต่อไปเรียกว่า "ผู้ขอเช่า")

ข้อ 2. (นโยบายว่าด้วยการรักษาความลับส่วนบุคคล)
1.บริษัทยึดมั่นใน "กฏหมายว่าด้วยการรักษาความลับส่วนบุคคล" โดยจัดให้มีผู้ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขอเช่า และควบคุมดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม
2.บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในข้อบังคับการบริหารข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทกำหนดไว้ หรือเพื่อการเสนอบริการ (เช่น การแนะนำสินค้า-บริการ การออกแบบสำรวจสอบถาม) หรือ
เพื่อเก็บค่าบริการ หรือแนะนำบริการภายในกลุ่มของบริษัท นอกจากที่กล่าวมาแล้วนี้ จะไม่นำไปใช้งานอย่างอื่นโดยเด็ดขาด
3.ในการใช้บริการนี้ ต้องสมัครเป็นสมาชิก หากมีความจำเป็น บริษัทอาจติดต่อไปยังสมาชิก เป็นรายบุคคล หรือทุกคน ตามวิธีการสื่อสารที่บริษัทกำหนด (เช่น โดยทางเมล์-โทรศัพท์-ไปรษณีย์)
4.บริษัทจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลนี้แก่บุคคลที่สามเท่าที่เห็นว่าจำเป็นในการให้บริการ ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะผูกสัญญารักษาความลับกับบุคคลที่สามนั้น

ข้อ 3. (การเปลี่ยนแปลงค่าบริการในสัญญา)
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงค่าบริการในสัญญานี้โดยมิต้องแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนแปลงค่าบริการแล้ว จะแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ ตามวิธีที่กำหนดในข้อ 6 (วิธีการแจ้งให้ทราบ) หลังจากนั้น ให้ยึดถือค่าบริการที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนี้เป็นเกณฑ์

ข้อ 4. (การเปลี่ยนแปลงบริการ)
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงค่าบริการ ตลอดจนรายละเอียดการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมิต้องแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ หลังจากที่บริษัทเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการให้บริการแล้ว จะแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ ตามวิธีที่กำหนดในข้อ 6 (วิธีการแจ้งให้ทราบ) หลังจากนั้น ให้ยึดถือรายละเอียดการให้บริการที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนี้เป็นเกณฑ์

ข้อ 5. (การผูกพันสัญญา)
ผู้ขอเช่าได้แจ้งความจำนงตามวิธีการที่บริษัทกำหนดไว้ และเมื่อบริษัทเห็นชอบในการนั้นแล้ว จึงจะถือว่าสัญญานี้มีผลผูกพัน
1. "บริษัทเห็นชอบ" หมายถึง บริษัทจะออกใบแจ้งแสดงความเห็นชอบในการขอใช้บริการ (เป็นการขอยืนยัน "คำสั่งซื้อ") ไปยังที่อยู่ของผู้สมัครที่ลงทะเบียนไว้ โดยทางเมล์ หรือทางไปรษณีย์ หรือวิธีการ
สื่อสารอื่นใด้
2.กรณีที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่สามารถให้บริการตามความต้องการของผู้ขอเช่าได้ หรือ หลังจากที่บริษัทเห็นชอบไปแล้ว เกิดมีเหตุจำเป็นทำให้ไม่สามารถให้บริการดังกล่าวได้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ขอเช่า
ทราบตามวิธีที่กำหนดไว้ในข้อ 6
3.กรณีตามข้อ 2. ข้างต้น หากผู้ขอเช่าได้ชำระค่าบริการแล้ว บริษัทจะยกเลิกการชำระนั้นทันที แล้วไม่เรียกเก็บเงินจากผู้ขอเช่า

ข้อ 6. (วิธีการแจ้งให้ทราบ)
บริษัทจะแจ้งข้อสัญญา ตลอดจนการให้บริการไปยังผู้ขอเช่าทราบตามวิธีที่บริษัทกำหนด เป็นลายลักษณ์อักษร, อิเมล (ช็อตเมล์เซอร์วิส-เอสเอมเอส), โทรศัพท์, ประกาศทางเว็บไซท์ของบริษัท เป็นต้น

ข้อ 7. (ระยะเวลาที่ใช้บริการ)
1.บริษัทจะคิดค่าบริการโดยนับหน่วยเป็นวันตามระยะเวลาที่ใช้บริการ คือ นับจากวันออกเดินทาง ถึงวันเดินทางกลับเข้าประเทศตามที่ผู้ขอเช่าได้แจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าแล้วนั้น (กรณีติดต่อขอเช่าในต่าง
ประเทศและเริ่มใช้บริการในวันเดียวกัน จะเริ่มคิดค่าบริการจากวันดังกล่าวจนถึงวันที่ส่งคืน)
2.ถ้าต้องการขยายเวลาการใช้บริการออกไปอีก ต้องแจ้งให้บริษัททราบก่อนวันครบกำหนดส่งคืน และบริษัทรับทราบแล้ว กรณีเช่นนี้ จะกำหนดวันรับคืนเป็นวันใหม่ และคิดค่าบริการที่ขยายเวลาออกไปตาม
ที่บริษัทกำหนดไว้
3.กรณีที่ท่านส่งคืนภายในกำหนดเวลา ครั้นเลยกำหนดวันส่งคืน บริษัทยังไม่ได้รับการยืนยัน บริษัทจะคิดเป็นค่าบริการที่ขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่รับแจ้งจากจุดรับคืน

ข้อ 8. (วิธีการขอเช่า)
1.เมื่อผู้ขอเช่าเห็นชอบตามข้อสัญญาเช่าบริการและหัวข้อสำคัญที่ได้ชี้แจงไว้แล้ว และยื่นใบขอเช่าตามที่บริษัทกำหนด ด้วยการบันทึกหัวข้อสำคัญต่าง ๆ ในหน้าจออินเตอร์เน็ท ออนไลน์ ของบริษัท ส่งมาให้
บริษัทก่อนกำหนดเวลาปิดรับ
2.บริษัทจะเป็นผู้กำหนดสัญญาณของอุปกรณ์สื่อสารที่ให้เช่า
3.บริษัทอาจปฏิเสธการขอเช่า และแจ้งให้ผู้ขอเช่าทราบ หากเข้าข่ายกรณีต่อไปนี้
• เมื่อมีเหตุผลอันสมควรเชื่อได้ว่าผู้ขอเช่าจะไม่ปฏิบัติตามสัญญานี้
• เมื่อมีความเป็นไปได้ว่าผู้ขอเช่าจะละเลยการชำระหนี้
• เมื่อผู้ขอเช่าบันทึกข้อความที่เป็นเท็จในใบขอเช่า
• มีความเป็นไปได้ว่าจะใช้บริการนี้ในทางที่ผิดกฏหมาย ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม
• มีความเป็นไปได้ว่าผู้ขอเช่าจะใช้บริการนี้ไปในทางทำลายบริษัท หรือความน่าเชื่อถือของบริการนี้
• เมื่อมีเหตุอื่นใด ที่บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถให้บริการนั้นได้


ข้อ 9. (การโอนสิทธิ)
ผู้ขอเช่าจะส่งมอบ หรือถ่ายโอน สิทธิหรือหน้าที่ในสัญญานี้ให้แก่บุคคลที่สามไม่ได้

ข้อ 10. (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้ขอเช่า)
1.หากผู้ขอเช่าต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลการเป็นสมาชิกที่ได้บันทึกให้ไว้ตามวิธีการที่กำหนดในข้อ 8 ผู้ขอเช่าต้องแจ้งให้บริษัททราบ
2.หากผู้ขอเช่าเพิกเฉยไม่แจ้งให้บริษัททราบตามวรรคก่อน เป็นเหตุให้ผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ ไม่สามารถใช้งานได้ตามสภาพ กรณีเช่นนี้ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 11. (การรับมอบอุปกรณ์สื่อสาร)
1.ด้วยวิธีการใดที่ระบุข้างล่างนี้ ให้ถือว่าผู้ขอเช่าได้รับมอบอุปกรณ์จากบริษัท หรือจากตัวแทนที่บริษัทกำหนด บริษัทจะใช้วิธีให้พนักงานส่งเอกสารไปส่ง หรือส่งทางไปรษณีย์ (EMS) ถึงที่อยู่ที่ผู้ขอเช่า
กำหนด โดยส่งให้ถึงก่อนวันเดินทาง
• รับมอบโดยตรงจากเคาน์เตอร์ในท่าอากาศยานที่บริษัทกำหนด (วิธีนี้ จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างหาก)
• รับมอบจากบริษัท หรือจากสำนักงาน-สาขาของตัวแทนในต่างประเทศของบริษัท
• รับมอบโดยตรงจากเคาน์เตอร์ในต่างประเทศที่บริษัทกำหนด
• รับทางไปรษณีย์ หรือรับจากผู้ให้บริการส่งของถึงบ้าน ตามที่อยู่ในต่างประเทศของผู้ขอเช่า
2.เมื่อพ้นวันกำหนดขอเช่าไปแล้ว ผู้ขอเช่ายังมีความต้องการขอเช่า และบริษัทอาจพิจารณาอนุมัติให้เป็นกรณีพิเศษแล้ว กรณีนี้ จะคิดค่าธรรมเนียมในการดำเนินการเป็นพิเศษอีกต่างหาก
3.กรณีเหตุสุดวิสัย เช่น ดินฟ้าอากาศไม่ดี หรือ เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง หรือเหตุที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท ทำให้ไม่สามารถส่งมอบอุปกรณ์สื่อสารได้ตามกำหนดที่ขอเช่าไว้ หรือทำให้ผู้
ขอเช่าไม่สามารถรับมอบเครื่องได้ เช่นนี้ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ

ข้อ 12. (การยกเลิกการขอเช่า)
1.หากผู้ขอเช่าต้องการยกเลิกการขอเช่าตามข้อ 8 ต้องรีบแจ้งให้บริษัททราบทันที และต้องชดใช้ค่าสื่อสารอันเนื่องจากการยกเลิกการขอเช่า (เท่ากับค่าใช้จ่ายในการยกเลิก) ตามที่บริษัทกำหนด
2.กรณีที่ผู้ขอเช่าทำการยกเลิกหลังจากที่บริษัทได้จัดส่งอุปกรณ์สื่อสารไปถึงที่หมายตามที่ผู้ขอเช่ากำหนดให้แล้ว ผู้ขอเช่าต้องส่งอุปกรณ์สื่อสารนั้นคืนให้บริษัทภายในไม่เกิน 2 วันถัดไปทันที หากอุปกรณ์
สื่อสารยังไม่ถูกส่งมาถึงบริษัทภายใน 2 วันถัดไป ผู้ขอเช่าต้องชำระค่าบริการที่ใช้เกินตามที่กำหนดไว้ในข้อ 13 วรรคห้า


ข้อ 13. (การส่งคืนอุปกรณ์สื่อสาร)
1.เมื่อครบกำหนดขอเช่าบริการแล้ว ผู้ขอเช่าต้องส่งอุปกรณ์สื่อสารคืนให้แก่บริษัทตามวิธีส่งคืนที่ได้กำหนดไว้เมื่อคราวยื่นใบขอเช่า
2.เมื่อถึงกำหนดส่งคืนตามที่กำหนดในข้อ 7 ผู้ขอเช่าต้องส่งคืนอุปกรณ์สื่อสารโดยผ่านผู้ส่งเอกสาร หรือทางไปรษณีย์ (EMS) หรือนำมาส่งคืนเอง
3.หากผู้ขอเช่าเลือกส่งคืนทางไปรษณีย์ (EMS) ต้องติดเอกสารกำกับตามที่บริษัทกำหนด หากผู้ขอเช่าติดเอกสารกำกับแบบอื่นนอกจากที่บริษัทกำหนด หรือส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง บริษัทต้องขอเก็บค่าใช้
จ่ายที่เกิดขึ้นจริงอีกต่างหาก
หากส่งคืนที่เคาน์เตอร์ภายในท่าอากาศยานในประเทศ บริษัทต้องขอเก็บค่าใช้จ่ายรับคืนที่ท่าอากาศยานอีกต่างหาก
4.การขยายเวลาขอเช่าตามที่กำหนดในข้อ 7 ข้อ 2 ข้อ 3 บริษัทต้องขอเก็บค่าใช้บริการที่ขยายเวลาออกไปซึ่งบริษัทได้กำหนดไว้อีกต่างหาก

ข้อ 14. (ค่าบริการ)
ค่าบริการจะคิดคำนวณจากระยะเวลาเช่าใช้บริการ จากที่กำหนดในข้อ 7 จากโฮมเพจ หรือแผ่นพับของบริษัท ค่าบริการที่ใช้ในต่างประเทศ ในไทยต้องเสียภาษี
1.ระหว่างการเช่าใช้บริการ จะคิดค่าบริการไม่ว่าจะมีการสื่อสารจริงหรือไม่
2.หากผู้ขอเช่านำอุปกรณ์ไปใช้บริการนอกพื้นที่ที่แจ้งไว้ในการขอเช่าตามข้อ 8 จะถือเป็นการสื่อสารข้ามพื้นที่ตามข้อ 22 บริษัทจะขอเก็บค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก
3.กรณีที่บริษัทอนุญาตให้ผู้ขอเช่าใช้บริการจากผู้ประกอบธุรกิจประเภทเดียวกับบริษัท ค่าบริการจะแตกต่างจากอัตราปกติ โดยบริษัทจะคำนวณจากประเภทการสื่อสารและปริมาณการใช้งาน เพื่อเรียกเก็บ
จากผู้ขอเช่า
4.หากบริษัทไม่ได้รับชำระค่าบริการเมื่อถึงกำหนด บริษัทจะคิดดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ยังไม่ได้รับชำระ
5.ค่าบริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า

ข้อ 15. (วิธีการเรียกเก็บ และการชำระค่าบริการ)
1.ให้ชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิต หรือวิธีที่บริษัทกำหนด
2.การชำระค่าบริการนี้ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงินที่ใช้อยู่
3.บริษัทอาจขอให้วางเงินประกัน ขอวงเงินบัตรเครดิต ตามรายการ (จำนวนอุปกรณ์สื่อสารที่ขอเช่า-ระยะเวลา-พื้นที่ใช้งาน) ที่ขอเช่าใช้บริการ
4.กรณีที่ทำสัญญาเช่าเกินกว่า 1 เดือน อาจมีการขอให้ชำระค่าเช่าเป็นงวดรายเดือน
5.หากพ้นกำหนดชำระหนี้ตามสัญญานี้ไปแล้ว บริษัทยังมิได้รับชำระค่าบริการจากผู้ขอเช่า บริษัทสามารถติดต่อ-แจ้ง (ต่อไปจะเรียกว่า "การแจ้งค่าบริการ") ตามวิธีที่บริษัทกำหนดไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร
เป็นอิเมล์ เป็นโทรศัพท์ เป็นการเยี่ยมเยือน (ทั้งนี้ ไม่จำกัดเพียงที่กล่าวมา)
6.เมื่อบริษัทเรียกเก็บเงินจากผู้ขอเช่าตามสัญญานี้ จะระบุจำนวนเงิน และประเภท (ค่าบริการที่ใช้เกิน ชดใช้ค่าบริการสื่อสารอันเนื่องจากการยกเลิกการขอเช่า (เท่ากับค่าใช้จ่ายในการยกเลิก) ชำระหนี้ ) ไว้
ในใบแจ้งหนี้
7.การแจ้งหนี้ หรือเรียกเก็บเงินค่าบริการ ดอกเบี้ยจากค่าบริการที่ใช้เกิน ตามข้อ 14 ค่าบริการที่ใช้เกินตามข้อ 13 จากผู้ขอเช่านั้น บริษัทอาจมอบหมายให้บุคคลที่สามทำการแทนได้>
8.เมื่อบริษัท หรือบริษัทที่เกี่ยวเนื่องไปเยื่ยมเยือนผู้ขอเช่าด้วยวัตถุประสงค์ขอแจ้งหนี้ หรือขอเรียกเก็บเงิน ผู้ขอเช่าต้องต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในการนี้

ข้อ 16. (การยกเลิกสัญญา)
1.หากผู้ขอเช่าเข้าข่ายข้อใด ๆ ข้างล่างนี้ ให้บริษัทมีสิทธิสามารยกเลิกสัญญาได้ทันที
• เมื่อประจักษ์ชัดว่า ผู้ขอเช่าละเลยไม่ชำระหนี้ หรือมีความเป็นไปได้ว่าละเลยไม่ชำระหนี้
• เมื่อใช้บริการนี้ในทางที่ผิดกฏหมาย หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างแจ้งชัด
• เมื่อผู้ใช้ใช้บริการที่บริษัทเสนอให้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
• เมื่อผู้ขอเช่าผิดนัดสัญญาใช้หนี้
• เมื่อผู้ขอเช่าประสบการล้มละลาย ทำการปฏิรูปองค์กร ถูกชำระหนี้สิน ถูกฟ้องให้ฟื้นฟูสมรรถภาพทางแพ่ง
• และเหตุอื่น ๆ เมื่อบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องขอยกเลิกสัญญา
2.เมื่อบริษัทระงับการให้บริการตามข้อข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลและวันที่ระงับให้แก่ผู้ขอเช่าทราบ ตามวิธีการติดต่อ ในข้อ 6 (วิธีการแจ้งให้ทราบ) ทว่า กรณีที่บริษัทพิจารณาเห็นว่าเป็นความจำเป็นเร่ง
ด่วน อาจไม่แจ้งให้ทราบก็ได้
3.การยกเลิกสัญญาตามข้อ 1 ข้อ 2 ข้างต้น ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับบริษัท

ข้อ 17. (การดูแลรักษาอุปกรณ์สื่อสาร)
1.ผู้ขอเช่ามีหน้าที่ต้องดูแลรักษาอุปกรณ์สื่อสารเป็นอย่างดี ในการใช้งาน ห้ามกระทำดังนี้
0.ส่งต่อ ขายต่อ แกะเครื่อง ดัดแปลง ปรับเปลี่ยน ทำให้ชำรุด ทำให้เสียหาย ทำให้สูญหาย ทำให้สกปรก (สติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ รอยขีดข่วน ติดสี ฯลฯ)เลอะเทอะ ลอกสติ๊กเกอร์ที่ติดไว้ออก เป็นต้น
1.ใช้งานผิดสัญญา
2.การกระทำที่เป็นข้อห้ามในคู่มือใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร
3.การกระทำที่ขัดต่อกฏหมาย
เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายในวรรคก่อน บริษัทสามารถแจ้งเตือนให้ผู้ขอเช่าปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งผู้ขอเช่าต้องปฏิบัติตาม
เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายในวรรคก่อน บริษัทสามารถแจ้งเตือนจะบังคับขออุปกรณ์สื่อสารคืนได้ ซึ่งผู้ขอเช่าต้องปฏิบัติตาม
เมื่อบริษัทเห็นว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายในวรรคก่อน บริษัทสามารถเรียกให้ชดเชยค่าเสียหายตามข้อ 24 ได้ ซึ่งผู้ขอเช่ามต้องชำระ


ข้อ 18. (อุปกรณ์สื่อสารชำรุดสูญหาย)
1.ผู้ขอเช่าต้องปฏิบัติตามวิธีการใช้งานอุปรกรณ์สื่อสารตามที่บริษัทกำหนด ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมดูแลการใช้งานเป็นอย่างดี
2.หากอุปกรณ์สื่อสารเกิดชำรุดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ผู้ขอเช่าต้องรีบแจ้งให้บริษัททราบทันที อนึ่ง ไม่ว่าเหตุอันใดก็ตามที่ทำให้อุปกรณ์สื่อสารเกิดชำรุดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ค่าบริการที่ถูก
ลักลอบใช้งานในช่วงระหว่างนั้นจนถึงเวลาที่บริษัทได้รับแจ้ง ผู้ขอเช่าต้องเป็นผู้จ่าย
3.ถ้าเป็นความในวรรคสองข้างต้น ยกเว้นกรณีที่ต้องส่งอุปกรณ์คืนเนื่องจากเป็นความรับผิดชอบของบริษัท ผู้ขอเช่าจะต้องชำระค่าซ่อม หรือค่าจัดหาอุปกรณ์สื่อสาร ชดใช้ให้แก่บริษัทตามที่กำหนดไว้ต่างหาก
4.ถ้าเป็นความในวรรคสองข้างต้น เป็น NOC (Non Operation Charge) บริษัทจะเรียกเก็บตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

ข้อ 19. (ระบบประกัน)
1.ระบบประกัน คือระบบรับชดใช้ค่าเสียหายในอุปกรณ์สื่อสารที่เกิดชำรุดสูญหาย หรือถูกโจรกรรมในระหว่างที่ผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ ใช้งานอยู่ ระบบนี้บังคับใช้เฉพาะกับผู้ขอเช่าที่แจ้งความจำนงเข้ามาตามข้อ 8
2.ค่าบริการและรายละเอียดในการรับประกัน ให้ถือตามสาระ ประกาศในโฮมเพจของบริษัทที่ผู้ขอเช่าแสดงความจำนงไว้
3.เมื่อเกิดสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ต้องขอใบรับรองจากตำรวจ หรือหน่วยราชการในท้องที่นั้นมาแสดงต่อบริษัท
4.วงเงินการชดใช้ไม่รวม NOC ในข้อ 18 วรรคสี่

ข้อ 20. (การรับซื้ออุปกรณ์สื่อสาร)
โดยหลักการแล้ว ผู้ขอเช่าไม่สามารถขอซื้ออุปกรณ์สื่อสารได้

ข้อ 21. (ข้อห้าม)
ในการใช้งานบริการนี้ ห้ามมิให้ผู้ขอเช่าทำการดังต่อไปนี้
• ใช้งานบริการจนเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของบริษัท ตลอดจนถึงบุคคลที่สาม หรือการกระทำที่มีความเป็นไปได้จะละเมิดสิทธิ
• การกระทำที่ขัดต่อสัญญานี้
• การกระทำที่ขัดต่อกฏหมาย
• ติดตั้งเพิ่ม ดัดแปลง แกะเครื่อง สร้างความเสียหายแก่อุปกรณ์สื่อสารที่เช่าไป
• นำอุปกรณ์สื่อสารให้บุคคลที่สามเช่าต่อ ส่งต่อ หรือนำไปจำนองเป็นการทำให้สิทธิการครอบครองของบริษัทเสียหาย
• การกระทำอื่นใดที่บริษัทพิจารณาตามหลักความสมเหตุผลแล้วเห็นว่า ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม

ข้อ 22. (ข้อกำหนด และการใช้งานที่เป็นธรรม)
1.เพื่อให้การใช้งานสื่อสารเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตามนโยบายของผู้ประกอบการสื่อสารในท้องที่นั้น หรือตามที่บริษัทพิจารณาแล้ว เห็นว่าผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ ได้ใช้งานสื่อสารเกินขอบเขต (เช่น ค่า
บริการแพ็คเก็ต 3 วัน ใช้งานเกิน 400MB) อาจมีการจำกัด หรือระงับการใช้งานได้ หรือจำกัดสิทธิการใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่ง เกมออนไลน์ VOIP FTP ที่ต้องรับโหลดการส่งสัญญาณสูง
2.เมื่อถูกจำกัด หรือระงับการใช้งานในกรณีเช่นนี้ ผู้ขอเช่าอาจเชื่อมต่อสัญญาณไม่ได้ในระยะเวลาใช้งานตามสัญญา แม้ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะไม่คืนเงินค่าบริการให้กับผู้ขอเช่า
3.บริษัทจะเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มตามการใช้สัญญาณที่โหลดมากเกินไปตามข้อ 14 วรรคสาม

ข้อ 23. (ไม่ต้องรับผิดชอบ)
1.การนำอุปกรณ์สื่อสารที่เช่าไปใช้ในงานบริการนี้ รวมถึง e-book สมาร์ทโฟน ไปเชื่อมต่อกับเครือข่ายส่งสัญญาณนอกเหนือที่บริษัทแนะนำไป ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาของผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ก็ตามอาจ
เกิดค่าปรับเป็นค่าบริการ international roaming จากบริษัทที่เข้าไปใช้งานได้ กรณีเช่นนี้ ไม่อยู่ในความรับผิดชอบใด ๆ ของบริษัททั้งสิ้น
2.หากเกิดปัญหาในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร โดยที่ผู้ขอเช่า หรือผู้ใช้ มิได้แจ้งให้บริษัททราบในระหว่างช่วงเวลาสัญญา บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น และผู้ขอเช่าต้องชำระค่าบริการนั้น
3.หากเกิดปัญหาในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารในท้องถิ่นนั้น อันเนื่องมาจากข้อมูลผิดพลาดในการยื่นใบขอเช่าใช้บริการตามข้อ 8 บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ขอเช่าต้องรับทราบไว้
ก่อน
4.ในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร ไม่ว่าเกิดเหตุอันใด จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ เกิดความเสียหายแก่ผู้ขอเช่าแล้ว บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้นต่อผู้ขอเช่า
5.แต่ถ้าเป็นความผิดพลาดของบริษัท จนทำให้เกิดความพกพร่องในการส่งสัญญาณ เป็นการไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของบริการนี้ตามเจตนาเดิม บริษัทจะยกเว้นค่าบริการตามกรอบในสัญญานี้ให้แก่ผู้ขอเช่า
แต่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบชดเชยค่าบริการนี้ อนึ่ง หากเกิดความเสียหายขยายเกินขอบเขตของสัญญาดังกล่าว บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 24. (ชดเชยค่าเสียหาย)
ในการใช้งานบริการนี้ ถ้าสร้างความเสียหายแก่บริษัทอันอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ขอเช่า ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดกับบริษัท
ในการใช้งานบริการนี้ ถ้าสร้างความเสียหายแก่บุคคลที่สาม หรือเกิดพิพาทกับบุคคลที่สาม ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเอง โดยต้องไม่ทำให้บริษัทต้องเข้าไปรับผิดชอบใด ๆ ด้วยทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากผู้ขอเช่ารายอื่น หรือบุคคลที่สามมาไล่เบี้ยกับบริษัท ผู้ขอเช่าต้องรับผิดชอบด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเองในการระงับข้อพิพาทนั้น โดยที่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้อ 25. (การเปลี่ยนแปลงสัญญา)
สัญญาการใช้บริการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

15/10/2013